พ.ร.บ. และภาษีรถ

พ.ร.บ. รถยนต์คุ้มครองอะไร และต่อภาษีรถต้องเตรียมอะไรบ้าง

สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่าน

  • พ.ร.บ. เป็นประกันภาคบังคับ คุ้มครองเฉพาะ “คน” ไม่คุ้มครองตัวรถ
  • ไม่มี พ.ร.บ. ต่อภาษีรถไม่ได้ และมีโทษปรับตามกฎหมาย
  • รถอายุเกิน 7 ปีต้องตรวจสภาพ (ตรอ.) ก่อนต่อภาษี

พ.ร.บ. หรือประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เป็นสิ่งที่รถทุกคันต้องมีตามกฎหมาย จุดประสงค์คือให้ผู้ประสบภัยจากรถได้รับการรักษาพยาบาลอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด

พ.ร.บ. คุ้มครองอะไรบ้าง

ค่าเสียหายเบื้องต้น (จ่ายก่อนพิสูจน์ถูกผิด)

ผู้ประสบภัยทุกคนจะได้รับค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริงภายในวงเงินที่กำหนด และกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร จะได้รับเงินชดเชยตามวงเงินที่กฎหมายกำหนด โดยยื่นเรื่องได้ภายใน 180 วันนับจากวันเกิดเหตุ

ค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติม (เมื่อพิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่ฝ่ายผิด)

ฝ่ายที่ถูกจะได้รับความคุ้มครองเพิ่มเติมทั้งค่ารักษาพยาบาล เงินชดเชยกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ และค่าชดเชยรายวันกรณีนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลในฐานะผู้ป่วยใน โดยวงเงินและจำนวนวันเป็นไปตามที่กรมธรรม์ระบุ

สิ่งที่ พ.ร.บ. ไม่คุ้มครอง

  • ค่าซ่อมรถของเราและของคู่กรณี
  • ทรัพย์สินที่เสียหาย เช่น รั้ว เสาไฟ ราวสะพาน
  • ความเสียหายส่วนที่เกินวงเงินตามกฎหมาย

นี่คือเหตุผลว่าทำไมการมี พ.ร.บ. อย่างเดียวจึงไม่พอ หากไปชนรถคันอื่นแล้วเป็นฝ่ายผิด ค่าซ่อมรถคู่กรณีทั้งหมดจะตกเป็นภาระของเราเอง ประกันภาคสมัครใจอย่างชั้น 1, 2+, 3+ หรือชั้น 3 จึงเข้ามาเติมเต็มส่วนนี้

ขั้นตอนต่อภาษีรถประจำปี

  1. ต่อ พ.ร.บ. ให้เรียบร้อยก่อน เพราะเป็นเอกสารบังคับ
  2. รถอายุเกิน 7 ปี (รถยนต์นั่งส่วนบุคคล) หรือเกิน 5 ปี (รถจักรยานยนต์) ต้องตรวจสภาพที่ ตรอ. ก่อน
  3. เตรียมสำเนาทะเบียนรถ หลักฐาน พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุ และใบตรวจสภาพ (ถ้ามี)
  4. ยื่นต่อภาษีได้ที่สำนักงานขนส่ง เลื่อนล้อต่อภาษี (Drive Thru) เคาน์เตอร์เซอร์วิส หรือระบบออนไลน์ของกรมการขนส่งทางบก

สามารถต่อภาษีล่วงหน้าได้ก่อนวันหมดอายุประมาณ 90 วัน การต่อล่วงหน้าช่วยลดความเสี่ยงลืมและไม่ต้องเสียค่าปรับ

ถ้าขาดต่อภาษีจะเกิดอะไรขึ้น

จะมีค่าปรับเพิ่มรายเดือนตามระยะเวลาที่ค้าง และหากขาดต่อเกิน 3 ปี ทะเบียนรถจะถูกระงับ ต้องคืนแผ่นป้ายและดำเนินการจดทะเบียนใหม่ ซึ่งยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ามาก

สรุป

พ.ร.บ. คือด่านแรกที่ปกป้อง “คน” ส่วนประกันภาคสมัครใจคือด่านที่ปกป้อง “รถและทรัพย์สิน” ทั้งสองอย่างทำงานคนละหน้าที่และควรมีคู่กัน ตั้งเตือนวันหมดอายุไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน จะช่วยให้ไม่ต้องเสียค่าปรับโดยไม่จำเป็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่